เลือก ใช้ บัตรเครดิตเงินคืน คุ้มค่า คุ้มที่สุด

How to เลือกบัตรเครดิตเงินคืน และวิธีใช้บัตรให้ได้เงินคืนคุ้มที่สุด

บัตรเครดิตเงินคืน (หรือที่บางคนเรียกว่า บัตรเครดิตแคชแบ็ก) แค่ชื่อก็รู้อยู่แล้วว่ายิ่งใช้ ยิ่งได้เงินคืน สมมติว่าบัตรนั้นบอกว่าให้เงินคืน 5% สำหรับทุกการใช้จ่าย เท่ากับว่าเราจะได้ส่วนลดจากการซื้อสินค้าและบริการ 5% ทุกครั้ง โดยจะได้กลับมาในรูปแบบของเงินคืนในรอบบิลถัดไปนั่นเอง 

อย่างไรก็ตาม บัตรแบบให้เงินคืนเองก็มีแยกย่อยได้หลายใบ เงื่อนไขของบัตรแต่ละใบก็แตกต่างกันออกไป เช่น บัตรบางใบให้เงินคืนสูงสุด 15% แต่จำกัดว่าเดือนละไม่เกิน 1,000 บาท หรือบัตรบางใบให้เงินคืน 1% ทุกรายการใช้จ่าย ตรงนี้จึงควรศึกษาเงื่อนไขของแต่ละใบให้ดี ว่าบัตรเครดิตเงินคืนใบนั้นตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เราหรือไม่ 

วันนี้มาดูกันว่าจะมีวิธีเลือก และใช้บัตรเครดิตเงินคืนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุดกัน

เลือกและใช้บัตรเครดิตเงินคืน
(บัตรเครดิตแคชแบ็ก) ให้คุ้มค่าที่สุด

1. ศึกษาจุดเด่นของบัตร

บัตรเครดิตเงินคืนก็เหมือนกับบัตรประเภทอื่นๆ คือสามารถแยกย่อยออกได้อีกหลายแบบ บัตรแต่ละแบบก็มีจุดเด่นและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน เช่น บัตรเครดิตเงินคืนสำหรับคนชอบช้อปปิ้ง คนเครดิตเงินคืนสำหรับคนเติมน้ำมัน บัตรเครดิตเงินคืนสำหรับสายท่องเที่ยว ฯลฯ 

2. เปรียบเทียบเงื่อนไขของบัตรให้ชัวร์

อย่างที่บอกว่าบัตรเครดิตเงินคืนบางใบก็มีเงื่อนไขซ่อนอยู่ เช่น ให้เงินคืนสูง 15% เมื่อใช้จ่ายในร้านค้าและบริการที่ร่วมรายการ ส่วนรายการอื่นๆ ได้เงินคืน 1% หรือ ให้เงินคืนสูงสุดเดือนละ 3,000 บาท ไม่เกินไปกว่านั้น เป็นต้น

ก่อนตัดสินใจสมัครบัตร จึงควรเปรียบเทียบและศึกษาเงื่อนไขต่างๆ ให้เรียบร้อย ไม่ควรดูเพียงแต่เปอร์เซ็นของเงินคืนเท่านั้น เพราะหลายครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้เงินคืนในอัตราสูงสุดในทุกครั้งที่ใช้จ่าย 

สามารถให้ AlphaCard ช่วยเปรียบเทียบเงินคืนที่จะได้จากบัตรเครดิตได้ง่ายๆ เพียงคลิกที่นี่ หรือไปที่ https://th.alphacard.io/cards

3. เลือกสมัครบัตรเครดิตเงินคืนที่มีพาร์ทเนอร์เยอะกว่า

เช่นเดียวกันกับบัตรเครดิตทั่วไป ที่ถ้าพาร์ทเนอร์เยอะกว่า เท่ากับโอกาสที่เราจะได้รับสิทธิพิเศษ หรือโปรโมชั่นก็จะมากกว่าตามไปด้วย ในบัตรแบบเงินคืน ยิ่งมีพาร์ทเนอร์เยอะก็เท่ากับว่าเรามีโอกาสได้รับเงินคืนในอัตราพิเศษมากขึ้น ในกรณีที่บัตรเครดิตออกโปรโมชั่นร่วมกับพาร์ทเนอร์เหล่านั้น

4. สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้จ่ายในหมวดหมู่หรือร้านค้าไหนเป็นพิเศษ ให้เลือกบัตรที่ให้เงินคืนทุกหมวดหมู่ หรือทุกรายการ

คนที่รู้ว่าไลฟ์สไตล์ของตัวเองมีจุดเด่นที่ตรงไหน ก็อาจจะสามารถเลือกสมัครบัตรเครดิตเงินคืนให้กับตัวเองได้ง่ายกว่า เช่น ชอบช้อปปิ้งก็สมัครบัตรที่ให้เงินคืนจากการช้อปปิ้งมากกว่า ชอบท่องเที่ยวก็เลือกบัตรที่ให้เงินคืนจากการจองตั๋วหรือโรงแรมต่างๆ มากกว่า แต่สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้จ่ายกับหมวดหมู่หรือร้านค้าที่ไหนเป็นพิเศษ ขอแนะนำให้สมัครเป็นบัตรเครดิตเงินคืนที่ให้เงินคืนในทุกหมวดหมู่หรือทุกรายการการใช้จ่าย แม้จะดูเหมือนตัวเลขเงินคืนจะน้อยกว่า แต่เชื่อเถอะว่าถ้าใช้จ่ายทางนู้นนิด ทางนี้หน่อย สมัครบัตรแบบนี้จะคุ้มค่ากว่ามากเลยล่ะ

5. ตรวจสอบและเปรียบเทียบโปรโมชั่นก่อนรูดบัตรเสมอ

นอกจากเงื่อนไขของบัตรที่เหมือนกันตลอดแล้ว บางครั้งบัตรบางใบก็อาจออกโปรโมชั่นเงินคืนออกมา ทำให้เราได้รับเงินคืนมากกว่าการรูดบัตรในเวลาปกติ  เพราะฉะนั้นต้องหมั่นคอยติดตามโปรโมชั่นของบัตรเครดิตอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า

6. วางแผนก่อนรูดซื้อสินค้าชิ้นใหญ่เสมอ

ธรรมชาติของบัตรเครดิตเงินคืนคือยิ่งใช้ยิ่งได้คืน เมื่อเรานำไปใช้ซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ที่มีมูลค่าสูง แน่นอนว่าก็ต้องได้เงินคืนจำนวนมากตามไปด้วย แต่อย่าลืมว่าบัตรเครดิตมาพร้อมเงื่อนไขที่ต่างกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ได้เงินคืนมูลค่าแตกต่างกันออกไป เราเลยอยากแนะนำว่าวางแผนและคำนวณก่อนที่จะซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ เพื่อให้ได้เงินคืนที่คุ้มค่าที่สุดนั่นเอง

Scroll to Top